3. โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)
ไตของเราทำหน้าที่กรองของเสียและควบคุมสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกาย
ถ้าความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง หลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงไตจะเริ่มเสียหาย
การไหลเวียนของเลือดในไตแย่ลง ไตก็เริ่มเสื่อม
โรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น
คุณจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย บวมที่เท้าและขา ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะมีฟองมากเพราะโปรตีนรั่วออกมา
และในกรณีที่ร้ายแรงสุดก็คือไตวาย ต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต
การที่ต้องฟอกไต 3 ครั้งต่อสัปดาห์คือสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ ถ้าคุมความดันโลหิต ก็จะลดความเสี่ยงไตวายได้นะ
4. ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)
ถ้าความดันโลหิตสูงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักตลอดเวลา กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาขึ้นจนถึงจุดที่มันเริ่มอ่อนแรง
ไม่สามารถบีบตัวได้เต็มที่ สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
คนที่ป่วยหัวใจล้มเหลวจะรู้สึกเหนื่อยง่าย เดินนิดหน่อยก็หอบ บางคนต้องนอนหนุนหมอนสูงเพราะนอนราบแล้วหายใจไม่ออก
อาจมีอาการบวมที่ขาและเท้าเพราะร่างกายสะสมของเหลว
5. ภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Retinopathy)
ความดันโลหิตสูงไม่ได้ทำร้ายแค่หัวใจ สมอง หรือไต แต่มันยังทำร้ายดวงตาของคุณได้ด้วย เส้นเลือดเล็ก ๆ ที่จอประสาทตามีความบอบบางมาก
ถ้าความดันสูงต่อเนื่อง เส้นเลือดเหล่านี้จะแข็งและเปราะ ทำให้เกิดเลือดออกในจอประสาทตา หรือจอประสาทตาบวม
คุณจะเริ่มมองเห็นไม่ชัดเหมือนมีหมอกบาง ๆ บดบัง อาจเห็นจุดดำลอยไปมา หรือแย่กว่านั้นคือสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
เชื่อว่าไม่มีใครอยากเจอ 5 โรคที่ผมพูดมานะ
ถ้าใครที่มีความดันสูง ต้องรีบคุมดีๆ วิธีก็ไม่ยากครับ ทำตามนี้เลย
วัดความดันเป็นประจำ ทั้งที่บ้านและที่คลินิก
กินอาหารสุขภาพ ลดเกลือ น้ำตาล และไขมันทรานส์
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องหนักมาก แต่ให้สม่ำเสมอ
เลิกบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ เพราะทั้งสองอย่างนี้ทำให้ความดันพุ่ง
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้หัวใจและร่างกายได้ฟื้นฟู
จัดการความเครียด ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความดันโลหิต
ถ้าหมอให้ยาคุมความดัน อย่าลืมทานยา อย่าคิดว่า "ไม่มีอาการก็ไม่ต้องกิน"
แค่ทำตามที่แนะนำ ก็จะลดความดัน รวมถึงลดความเสี่ยง 5 โรคที่จะตามมานะครับ
ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะ